กิจกรรมเยี่ยมชมโครงการ “Happy Station” ของ NECTEC

เมื่อวันนที่ 10 มิถุนายน 2557  ได้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมโครงการ “Happy Station”  เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานเนคเทค ณ ห้องบุษกร ศูนย์เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)                                                                                                                    ในสถานะที่เป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ต้องขอบอกว่าได้รับความรู้และความสุขกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม อิอิ เดินชมจุดนั้น เข้าดูจุดนี้ ทดลองจุดโน้น เพลิดเพลินเลยค่ะIMG_2498 IMG_2490 IMG_2436 IMG_2431 10393741_683116601735986_7659227300363002026_n IMG_2425 IMG_2428

“สุนทรียสนทนา”

สุนทรียสนทนา : สนทนาอย่างสุนทรีย์

คุณเคยหรือไม่ ฟังอย่างไรก็ไม่ได้ยิน พูดเท่าไรก็ไม่มีใครเข้าใจ?

หลายครั้งที่เรารู้สึกเหนื่อยที่จะพูด พูดกันไปอย่างไรก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พาลอยากจะอยู่เงียบๆ กันเลยทีเดียว วันนี้จะชวนทุกท่าน มารู้จัก “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เริ่มต้นจากหัวใจ หรือเพราะความง่าย กลายเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

ทุกวันนี้บทสนทนาของเรากลายเป็นสมรภูมิความคิด เราแลกเปลี่ยน ถกเถียงเพื่อข้อสรุปเดียว เราต่างมีเกราะป้องกันตนเองและฟาดฟัดกันและกัน การสนทนาไม่นำไปสู่การเติมเต็ม ยิ่งพูดยิ่งเหนื่อยความสุนทรีย์ยิ่งไกลจากการสนทนานั้น

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะนักวิทยาศาสตร์ สามารถใช้หลักธรรมะเข้ามาผสมผสานในการบริหารจัดการองค์กรได้ดีเยี่ยม ท่านเป็นผู้หนึ่งที่นำหลักการของสุนทรียสนทนา มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร จะชวนผู้อ่านรู้จัก “สุนทรียสนทนา” ค่ะ

“ เราเริ่มกระบวนการโดยการทำสมาธิ สงบจิตใจ กำหนดลมหายใจเข้าออก ให้ร่างกายได้เรียนรู้ พบความเคลื่อนไหวของร่างกาย  หยุดคิด เปลี่ยนจากฐานคิดมาสู่ฐานของร่างกาย  ฟังอย่างลึกซึ้ง ฟังให้ได้ยิน (deep listening)  มีความเป็นอิสระ และผ่อนคลาย ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีผู้นำ และไม่มีผู้ตาม

เราควรสร้าง “วงเล่าเร้าพลัง” คือมาคุยกัน เปิดหู เปิดตา เปิดใจ รับฟังกัน อย่าเพิ่งไปเถียงกัน อย่ารีบร้อน “สวน” หรือ “สอดแทรก” ซึ่งเป็นการสอนให้เราฟังอย่างมีสติ อย่าไปเพิ่งโทษ อคติ ลำเอียง คิดเอาเอง ซึ่งการฟังเชิงลึกได้ดีต้องฝึกฟังเสียงภายใน (Inner Voice) ของตัวเองให้ได้เสียก่อน เสียงที่ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ หมั่นไส้ อิจฉา ด่าทอ ยินดี กังวล นึกไปถึงเรื่องอื่น ไปนอกเรื่อง ฯลฯ เมื่อมีเสียงภายในหรือความคิดแทรกแซงก็หัดดับ หัดระงับ หัดข่ม แล้วมาจดจ่อ มีสมาธิ น้อมใจเข้าไปฟังคนพูดพูดต่อไป ระหว่างสนทนา เราจะเห็นความคิด “วิตก” (ขึ้นขบวนรถไฟความคิดแห่งอนาคต) “วิจารณ์” (ขึ้นขบวนรถไฟความคิดแห่งอดีต) ผุดขึ้น”

สุนทรียสนทนา จึงเป็นกระบวนการที่ท่านต้องเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟัง อย่างมีสติ รู้เท่าทัน “ใจ” ของตนเอง การเฝ้าสังเกตอารมณ์และความรู้สึกของตนเองในขณะที่ได้ยินเสียงต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาอาจเป็นเสียงของตนเอง เสียงของคนในวงสนทนา หรือเสียงจากธรรมชาติ

อย่าด่วนฟังธง ดูตั้งแต่ต้นจนจบ มองหลายมุม ไม่พิพากษา

หากเราลองวาง “อัตตา” ทบทวนว่า ทุกเสียงต่างมีคุณค่า การเคารพ (Respecting) คุณค่านั้นด้วยหัวใจ อาจนำเราสู่โลกทัศน์ใหม่ เราอาจได้ยินอะไรที่ละเอียด ไพเราะขึ้น เข้าใจตนเองและผู้คนรอบข้างได้อย่างอัศจรรย์ ลองเริ่มต้นง่ายๆ ที่ตนเองแล้วค่อยๆ ขยายไปในองค์กร สุนทรียสนทนา อาจทำให้คุณพบคำตอบบางอย่างก็ได้ค่ะ

มา Backspace ตัว “ B ” ทั้ง 6 กันเถอะ

เคล็ดวิชาการบริหารใจคน พฤติกรรมที่เราๆ ท่านๆ อาจเผลอไผล พบเจอกันหรือแม้กระทั่งทำเองบ่อยครั้ง มาตรวจตัวเองและผู้คนรอบข้างกันดีกว่า

อย่าทำลายใจด้วย 6B  เบิ้ล – ใบ้ – บี้ – โบ้ย – บล็อก – เบลม

อย่าเบิ้ลคือ อย่าทับถม ล้มแล้วอย่าซ้ำ เบิ้ลคือการคุยทับ ดูถูก สบประมาท ท้าทายว่า “โง่” ยกตนข่มท่าน   คนอื่นแย่กว่า เป็นต้น

อย่าบี้ คือ  กดดัน เร่งรัด ตามประกบจี้ ย้ำคิดย้ำสั่ง ทำให้คนอื่นลนลาน สับสน เครียด ต้องรู้จังหวะ รู้เวลา

อย่าใบ้ คือ  เงียบนิ่ง ไม่ตัดสินใจ   ไม่พูดแม้อยู่ในวาระที่ต้องพูด อมภูมิ วางมาดดูดีมีชาติตระกูลด้วยการเงียบ

อย่าโบ้ย คือ โยนไปโยนมา โยนความผิด โยนงาน โยนความรับผิดชอบ โยนเรื่อง โทษคน

อย่าบล็อกคือ สกัดผู้อื่น กีดกันความคิด ดับความคิดดาวรุ่ง ทำลายจินตนาการผู้อื่น

อย่าเบลม คือ ตำหนิติเตียน ดับกำลังใจ ด่วนตัดสินใจ พิพากษา โทษทุกอย่างที่ไม่ใช่ตน

ตรวจพบข้อไหนกันบ้างค่ะ อย่าบอกว่าทุกข้อ… ไม่เป็นไรค่ะ ไม่มีคำว่าสาย เร่งแก้ไข สำหรับนักสร้างสุของค์กรแล้ว งานที่ดีย่อมต้องถนอมกำลังใจ รักษาความรู้สึกกันด้วยนะคะ มาเริ่มปฏิบัติจากตนเองวันนี้เลยค่ะ

รู้เขารู้เรา ไม่ต้องรบร้อยครั้ง ก็ชนะ

จะง่ายกว่าไหมที่เรารู้จักตัวเองและรู้จักผู้อื่น การเอื้อเอ่ยเชิญชวนมาร่วมทำกิจกรรมใดๆน่าจะทำได้โดยสอดคล้องกับคู่สนทนา การรู้จักและเข้าใจทั้งตนเองและคู่สนทนา จึงเป็นศาสตร์ที่เป็นเสน่ห์อย่างยิ่ง สำหรับการทำงานร่วมกัน หากเรากำลังนั่งสนทนากับคนแปลกหน้าสักคน เราอาจไม่มีข้อมูลส่วนตัวเขามาก่อน การเริ่มต้นอาจต้องใช้ช่วงเวลาทำความรู้จักกันพอสมควร ถึงจะเริ่มต้นคุยในประเด็นที่เราคิดไว้ หากจู่โจมโดยทันทีถึงประเด็นที่เราต้องการแลกเปลี่ยน ผลลัพธ์ไม่ดี รวมไปถึงการปิดกั้นการเรียนรู้ได้

การเรียนร้เพื่อรู้จักตนเองและผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การเข้าใจความหลากหลายในการอยู่ร่วมกันกระบวนการเรียนรู้ตัวเอง ที่น่าสนใจอีกศาสตร์หนี่งคือ “นพลักษณ์” หรือ “เอ็นเนียแกรม”   (The Enneagram)  เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่“รู้จักตนเองให้ถ่องแท้ ที่จะเป็นสะพานไปสู่การเข้าใจผู้อื่น”

กระทิง  ตัวทำงาน  คล่อง ทำงานเก่งมีความมุ่งมั่นสูง แต่เป็นคนโมโหง่าย ใจร้อน เร่งรีบ ผู้บริหารแบบกระทิงจะ ไม่ค่อยฟังคนอื่น  เอาแต่ใจตนเอง ใจร้อน ข้ามขั้นตอน ไม่เข้าในจิตวิทยา ไม่สนใจรายละเอียด แต่มีความขยันซึ่งทำให้ก้าวหน้าในงานมาก

อินทรีย์ เป็นผู้บริหาร อ่านมากคิดมาก แต่ไม่ได้ทำ ส่วนใหญ่จบด็อคเตอร์  ชอบตรวจสอบ ประเมิน วิจารณ์ เก่งทุกเรื่องแต่ไม่เคยทำ เรียกกลุ่มอินทรีย์เป็นคนจับจด บ้าวิชาการ

หนู ชอบห่วง ไม่ค่อยฟัง ห่วงเรื่องเล็กน้อย ห่วงคนอื่น  ไม่สนเรื่องใหญ่ ขี้ขลาด ขี้กลัว ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง รอคำสั่ง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไหลตามเพื่อน ตามกระแส ลูกน้องแบบหนูจะรับปากไปก่อน ทำ ๆ ไปก่อน ไม่กล้าถาม กลัวเสียหน้า กลัวโดนจับได้ว่าโง่ ไม่รู้  ผู้บริหารแบบหนูจะเป็นคนใจดี สุภาพ ไม่สื่อสารตรง อ้อมค้อม

หมี  ชอบทำแบบเดิม ๆ ทำซ้ำ ชอบทำตามระเบียบ ขั้นตอน ถ้าไม่ชอบก็ไม่ทำเด็ดขาด ถ้าชอบก็ทำแบบเดิม ไม่เลิกง่าย ๆ  ผู้บริหารแบบหมี จะเน้นขั้นตอน รายละเอียดชัดเจน  แต่ชอบจับผิด ไม่เห็นตนเอง

การเรียนรู้ มองดูตนเอง วิเคราะห์ผู้อื่น ทำให้ปสัมพันธภาพในการทำงานระหว่างกัน เข้าใจมากขึ้น ด.ร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เขียนไว้ในหนังสือ Dialouge… คิดลงใจ…ไหลเป็นปัญญา ไว้ว่า “พอเจ้านายรู้ว่าเป็นตัวอะไร (หมี กระทิง หนู หรือ อินทรีย)  เราก็จะแหย่ท่านได้ง่าย ส่วนใหญ่ หมีชักชวนได้ยากที่สุด หมีมีนิสัยไม่ชอบเปลี่ยนแปลง บ้ารายละเอียด บ้าขั้นตอน ทำเฉพาะในสิ่งที่ตนเองชอบ …อาจจ้องเข้าหาเพื่อสนิทแล้วไป “ยั่ว”หมีออกมาจากถ้ำ ออกมาจากความคุ้นชิน” อาจารย์วรภัทร์ ได้เขียนต่ออีกว่า “หากหมีชอบ Dialogue ขึ้นมาเมื่อไหร่ หมีนี่หละจะชวนพวกเรา Dialogue ตลอดกาลครับ”

มองให้ออก วิเคราะห์ให้ถูก เราอาจเป็นสัตว์แต่ละชนิด ในแต่ละสถานภาพ เรียนรู้ตัวเองและเข้าใจผู้อื่น เราและเขา ต่างมีธรรมชาติที่หลากหลายและช่วยเติมเต็มกันและกัน

“ความสุข” ย่อมเกิดจากการยอมรับและเกื้อกูลกันในธรรมชาตินั้นค่ะ

“ป.ป.ช. จัดกิจกรรมงานแสดงมุติตาจิต”

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดกิจกรรม “งานแสดงมุติตาจิต”     แด่ นายใจเด็ด  พรใจยา กรรมการ ป.ป.ช. เนื่องในโอกาสพ้นจากตำแหน่งตามวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. กรณีมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์   ณ ห้องนนทบุรี 1 อาคาร 4 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช.(สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี

IMG_3524 IMG_3519 IMG_0446 IMG_0455 IMG_3512

“มอบนโยบาย กรมพินิจฯ”

โครงการมอบนโยบายการบริหารราชการกรมพินิจ ประจำปี 2557  วันที่ 21 มีนาคม 2557                 ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา

กำหนดการประชุม บก. สานปันสุขครั้งที่ 4

๐๘.๓๐ – ๙.๐๐ น.         ลงทะเบียน ณ ห้องประชุมชั้น ๔ สถาบันวิจัยสังคม

๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.        – เล่าความคืบหน้าการดำเนินงานขององค์กรเครือข่าย                                                         – ทบทวนผลการใช้งานเว็บบล๊อกสานปันสุข                                                                     – เตรียมงานการจัดเวทีนำเสนอผลงานการดำเนินกิจกรรมสร้าง                                               ความสุขในองค์กรภาครัฐ (Happy Show Room) ช่วงประมาณต้น                                        เดือน ก.ค. 2557

๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น.         ปิดประชุม / รับประทานอาหารกลางวัน