About รัตติยา เขียวแป้น

บุคลากรชำนาญการ สังกัดกองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ม.อ. จับมือ สสส. แลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมสร้างสุขแก่ภาคีเครือข่าย ใน PSU Happy Station ครั้งที่ 1

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สสส จัด Show and Share :PSU Happy ให้ทุกวิทยาเขต ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมสร้างสุข กับหน่วยงานภายนอก นำองค์กรต้นแบบแห่งความสุข บอกเล่ากิจกรรมสร้างความสุข เมื่อ 19 ธันวาคม 2557 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีนักสร้างสุของค์กรร่วมกิจกรรมจำนวน 350  คน

นายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์  กรรมการบริหารแผนสร้างสุขภาวะองค์กร  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปาฐกถานำเรื่อง จุดประกายองค์กรแห่งความสุขว่า คุณภาพชีวิตที่ดีมี 4 มิติ เริ่มจากการที่1.สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ควรออกกำลังกายด้วยการเดินวันละ 40 นาที พักผ่อนเพียงพอ เมื่อร่างกายแข็งแรงก็สามารถทำงานได้ดี 2. จิตใจที่เบิกบานแจ่มใส จิตที่เป็นสมาธิ สติปัญญาก็จะเกิด  3.ครอบครัวอบอุ่นมีความสุข  ก็จะไปสู่มิติที่ 4.คือสังคมและชุมชนแห่งความสุข ขยายไปในระดับประเทศ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นองค์กรต้นแบบแห่งความสุขที่สามารถเป็นแม่ข่ายให้กับองค์กรอื่นๆได้  หลายหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสร้างกิจกรรมได้น่าสนใจเช่น ม.อ.ภูเก็ต มีกิจกรรมวันเกิดของบุคลากร  คณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.อ. มีการซื้อหุ้นสหกรณ์ให้พนักงานเงินรายได้เพื่อเป็นการออมรายเดือนให้ เป็นต้น

ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ   ด้วยเครื่องมือ happy 8 ประการ ได้สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานอย่างมีความสุข  ให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร มีรูปแบบที่ยั่งยืนยาวนาน  ขยายไปเป็นภาคีเครือข่ายภาครัฐ ขับเคลื่อนไปสู่ภาคเอกชน โดยมีสภาอุตสาหกรรมเข้ามาร่วม สอดคล้องกับคนในแต่ละรุ่น ได้แก่ เจนเนอเรชั่น  x ถือว่างานคือชีวิต  เจนเนอเรชั่น Y งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  และเจนเนอเรชั่น Z ที่ถือว่างานเป็นทางเลือกของชีวิต     โดยที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็น 1 ในองค์กรต้นแบบสร้างสุข

มีการเสวนา เรื่อง “ความสุขที่อยากบอก” โดย อาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การทำให้บุคลากรในองค์กรมีความสุขเป็นความฝันของผู้บริหาร  อย่างไรก็ตาม ความสุขของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนสอบผ่านก็เลี้ยงฉลองแล้ว ในขณะที่บางคนต้องสอบได้ที่ 1 จึงจะมีความสุข  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดโอกาสให้คณะ หน่วยงานมานำเสนอผลงานสร้างสุขเพื่อแลกเปลี่ยน และสร้างแรงจูงใจ ในการจัดกิจกรรมสร้างสุข

นายวัชรา ค้าขาย นักพัฒนาสังคม สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส  คนพิการ และผู้สูงอายุ  กล่าวว่า สำนักงานจัดตลาดนัดพระจันทร์ยิ้มให้บุคลากรนำสินค้ามาซื้อชายกันเดือนละครั้งช่วงเวลา 11.00 -13.00 น.เปิดโอกาสให้บุคลากรมีสัมพันธภาพที่ดี  และลุกขึ้นออกกำลังกายด้วยยางยืด ในเวลา 15.00 น.รวมทั้งขณะประชุมก็สามารถออกกำลังกายเพื่อคลายเครียดจากการประชุมด้วย

นางสาวดวงพร วงษ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ที่ ม.อ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้จัดดอกไม้ไว้ในมุมต่างๆของสำนักงานเพื่อให้บุคลากรและผู้มาติดต่อมีความสุข มีการสอนศิลปะการจัดดอกไม้แก่บุคลากร กิจกรรมที่เราได้จัดขึ้นเพื่อมอบความสุข แก่จิตใจ ผู้รับจะได้รับความสุขมากน้อยอย่างไร  เราก็ได้ให้ความสุขแล้ว สมดังพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า ขอให้ถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ฯ

ร่วมด้วย รศ.ปัญญรักษ์ งามศรีตระกูล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีนางสาวชุติมา พัฒนพงศ์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินรายการ

นางเมตตา ชุมอินทร์ หัวหน้างานพัฒนาและฝึกอบรม กองการเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้จัดกิจกรรม PSU Happy Station กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าร่วมแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2556 โดยมีสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นหน่วยงานนำร่อง และได้ขยายไปยังคณะหน่วยงานต่างๆ นำร่อง “มหาวิทยาลัยแห่งความสุข” (Happy University) เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน นำไปสู่การขยายผลการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน ไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยได้เปิดโอกาสให้คณะ หน่วยงาน ในมหาวิทยาลัยนำเสนอผลงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

หน่วยงานซึ่งเป็นองคกรสร้างสุขที่เข้าร่วมจัดนิทรรศการ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์  สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็กฯ สำนักงานอธิการบดี วิทยาเขตหาดใหญ่ และวิทยาเขตตรัง  คณะวิทยาการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสำนักวิทยาบริการ   กองกิจการนักศึกษา วิทยาเขตปัตตานี   วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ  คณะบริการและการท่องเที่ยว ม.อ.ภูเก็ต  ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์   ชมรมวิทันตสาสมาธิ  สนอ.สัมพันธ์  สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง  สภาอุตสาหกรรม จังหวัดสงขลา คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์   คณะทรัพยากรธรรมชาติ

และมีกิจกรรมการแสดง line dance เพื่อสุขภาพ โดยบุคลากรกองทะเบียนและประมวลผล  วิทิสาสมาธิ เพื่อความสงบของจิตใจ นำเสนอโดย ชมรมวิทันตสาสมาธิ กิจกรรมสาธิต การดูแลสุขภาพตัวเองด้วยกายบริหาร “ฤาษีดัดตน”โดย คณะการแพทย์แผนไทย

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัลต้นแบบ PSU Happy Station Award  ซึ่ง ผลรางวัลเป็นดังนี้

ชนะเลิศ  ได้แก่  กองกิจการนักศึกษา วิทยาเขตปัตตานี

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ คณะทรัพยากรธรรมชาติ

รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คณะการบริการและการท่องเที่ยว วิทยาเขตภูเก็ต

รางวัลชมเชย มี 2 รางวัล ได้แก่ สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง วิทยาเขตปัตตานีและคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ยังมีการประกวดบูธในดวงใจ ซึ่งผลการตัดสินได้แก่ กองกิจการนักศึกษา วิทยาเขตปัตตานี, สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) และ สนอ.สัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี วิทยาเขตหาดใหญ่

ภาพและข่าว โดย  คุณวราภรณ์  ชวพงษ์  นักสร้างสุของค์กร งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

กิจกรรมตามโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ Show and Share : PSU. Happy Station ครั้งที่ 1

ด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กำหนดจัดกิจกรรมตามโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ “Show and Share : PSU. Happy Station” ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ ห้อง Conference Hall ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คณะหน่วยงานได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน ในประเด็น Happy Workplace และ เป็นการติดตามภาพรวมการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งกิจกรรมในวันดังกล่าว ประกอบด้วย

– การปาฐกถา หัวข้อ “จุดประกายองค์กรแห่งความสุข” โดย คุณสุจิตต์  ไตรพิทักษ์ กรรมการบริหารแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร สสส.

– กิจกรรมเล่าสู่กันฟัง “ความสุขที่อยากบอก” โดยมีผู้ร่วมแบ่งปันความสุข 5 ท่านดังนี้

1. อาจารย์พิชิต  เรืองแสงวัฒนา  รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

2. ดร.ศิริเชษฐ์  สังขะมาน  ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ

3. รศ.ปัญญรักษ์  งามศรีตระกูล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ.

4. คุณดวงพร วงษ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา       วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

5. คุณวัชรา  ค้าขาย  นักพัฒนาสังคม สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและ ผู้สูงอายุ

นอกจากมีกิจกรรมบนเวทีมากมาย อาทิ การแสดง Line Dance,การแสดงชุด The Secret of Happy Station, กิจกรรมวิทิสาสมาธิ, สาธิตกายบริหาร “ฤาษีดัดตน” 

ซึ่งในงานดังกล่าว มีผู้แจ้งเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 414 คน เป็นหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ หาดใหญ่, ปัตตานี,สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และตรัง รวม 360 ท่าน จากเครือข่ายภายนอก 54 ท่าน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ, ปปช.(จังหวัดสงขลา), กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กรมประชาสัมพันธ์เขต 6 สงขลา, กรมประชาสัมพันธ์เขต 6 พัทลุง, สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและ ผู้สูงอายุ, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา, สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

มีหน่วยงานเข้าร่วมจัดบูธ Show and Share ทั้่งในรูปของนิทรรศการ และกิจกรรม happy to share รวมทั้งสิ้น 23 เรื่องราว ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากพันธมิตรเครือข่าย 3 หน่วยงาน มาร่วมแสดงนิทรรศการด้วย ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.), มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา

ยังไงฝากเป็นกำลังใจให้พวกเรา ชาว สงขลานครินทร์ ด้วยนะคะ ซึ่งแต่ละท่านได้เตรียมเรื่องราวดี ๆ ที่จะร่วมแบ่งปันและถ่ายทอดความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงาน เป้าหมายมิใช่เพียงเพื่อที่จะได้รับรางวัล PSU Happy Station Award แต่ทุกคนมีเป้าหมายรวมกันคือ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบรรยากาศการมอบ และการให้ ความสุขซึ่งกันและกัน เชื่อแน่ว่า กลิ่นไอความสุข คงจะอบอวลไปทั่วห้อง จนพวกเราลืมหนาวกันเลยค่ะ

okvinil

 

 

ม.อ. 1 ใน 4 องค์กรต้นแบบองค์กรจัดการความสุขจาก 18 หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ

ม.อ. 1 ใน 4 องค์กรต้นแบบองค์กรจัดการความสุข จาก 18 หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ
เป้าหมายของโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ ก็คือเมื่อบุคลากรองค์กรภาครัฐมีสุขภาวะที่ดี มีคุณภาพ มีความสุขในการทำงาน ผลงานจะสะท้อนไปสู่ประชาชนผู้รับบริการ

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐระหว่าง กับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และสสส. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอีก 18 แห่ง ระหว่างเดือนกันยายน2555- กันยายน.2557   โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเทคนิคการสื่อสารออนไลน์สร้างเวทีความรู้ระหว่าง 5 วิทยาเขต และจัดทำกิจกรรมเสริมสร้างความสุขมากมาย อาทิ  โครงการพิชิตพุง พิชิตความสำเร็จ โครงการพาน้องตาบอดดูหนัง โครงการแบ่งปันความสุขให้ผู้ด้อยโอกาส คือ น้องตาบอด เด็กพิเศษ และผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง  โครงการเยี่ยมไข้บุคลากร  ฯลฯ และประเมินพบคนทำงานมีความสุขเพิ่มขึ้นจาก 55.7% เป็น 67.9% 

กิจกรรมเพื่อสร้างองค์กรแห่งความสุขขับเคลื่อนโดยนักสร้างสุของค์กร   โดยมี คุณเมตตาชุมอินทร์ หัวหน้างานพัฒนาและฝึกอบรม   คุณสุนันทา  แก้วเจริญ หัวหน้างานสวัสดิการ  คุณรัตติยา เขียวแป้น       คุณคงพล มนวรินทรกุล  และอาจารย์พิชิต รองแสงวัฒนา ขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเต็มที่ เพื่อให้บุคลากรสำนักงานอธิการบดี ม.อ. มีความสุขขึ้น  จาการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆแก่บุคลากร    ทำให้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้รับคัดเลือกเป็น 1ใน 4 องค์กร ต้นแบบกระบวนการจัดการความสุข จาก 18 หน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ

คุณเมตตา ชุมอินทร์ หัวหน้างานพัฒนาและฝึกอบรม สำนักงานอธิการบดี ม.อ.รับรางวัลองค์กรต้นแบบกระบวนการจัดการความสุข จาก ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ

ม.อ.ได้เข้าร่วมเสนอผลงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน ‘ถนนแห่งความสุข Happy Highway’ ร่วมกับ18 หน่วยงานภาครัฐ มีผู้ไปร่วมกิจกรรม นำโดยคุณเที่ยง จารุมณี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ม.อ. เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557  ที่สโมสรกรมชลประทาน

นอกจากแลกเปลี่ยนความรู้กับองค์กรต่างๆด้วยสื่อโปสเตอร์ แล้วนักสร้างสุของค์กร ม.อ.ยังเปิดสอนการทำดอกกุหลาบจากใบเตย มีผู้สนใจมาลองทำดอกกุหลาบจากใบเตยมากมาย ทั้งชายและหญิง    นำโดย คุณฐิติภัทร นิลทีเลิศ   ทำให้ห้องน้ำทิพย์ สโมสรกรมชลประทาน หอมฟุ้งไปด้วยใบเตย    และยังนำเมี่ยงคำ จาก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี  ขนมชื่อดัง ไปให้ชิมด้วย   และม.อ.จัดการแสดงชุด “สุขกันเถอะเรา”ไปร่วมในพิธิเปิด และจัดการแสดง ลีลาศ และไลน์แดนซ์  ไปร่วมแสดงอีกด้วย  โดยมี  คุณคุณคงพล มนวรินทรกุล และคุณนวนิก จุลนพ จากกองทะเบียน เป็นผู้ฝึกสอนแก่ทีมงาน

รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ด้วยการแพทย์แผนไทย  ได้ลองชิมอาหาร  สนุกกับการเรียนรู้ภาษาไทยและพจนานุกรมไทย และกิจกรรมในงาน พบปะกับนักสร้างสุของค์กรทั้ง 18 องค์กร และ นสอ.ที่ผ่านการอบรมรุ่นเดียวกัน

นายสุจิตต์ ไตรพิทักษ์ กรรมการบริหารแผนสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำ “แผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ” มุ่งเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรแห่งความสุข เพื่อความสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานของบุคลากรในภาครัฐ ให้ทำงานอย่างมีความสุข ระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี (ก.ย.2555-ก.ย.2557) มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมแล้ว 18 องค์กร อาทิ กรมสุขภาพจิต กรมราชทัณฑ์ กรมชลประทาน กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งต้องชื่นชมผู้บริหารและนักสร้างสุของค์กรที่มีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่น เชื่อว่าเมื่อบุคลากรองค์กรภาครัฐมีสุขภาวะที่ดี มีคุณภาพ มีความสุขในการทำงาน ผลงานที่สะท้อนไปสู่ประชาชนจะดีขึ้น ปัญหาต่างๆ ลดลง

เป้าหมายของโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ ก็คือเมื่อบุคลากรองค์กรภาครัฐมีสุขภาวะที่ดี มีคุณภาพ มีความสุขในการทำงาน ผลงานจะสะท้อนไปสู่ประชาชนผู้รับบริการ

 ดร.ศิริเชษฐ์ สังขะมาน อาจารย์สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ ได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์ดำเนินงาน ประกอบด้วย  1.เสริมสร้างศักยภาพและสนับสนุนทางวิชาการจากบทเรียนความสำเร็จองค์กรต้นแบบ 2.สื่อสารองค์กรในระดับต่างๆ 3.สร้างและจัดการองค์ความรู้ 4.ผลักดันนโยบายที่ตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน ศึกษาทบทวนกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับงานพัฒนาคุณภาพชีวิตหน่วยงานราชการ และ 5.สร้างและเชื่อมโยงพลังเครือข่ายการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน

จากที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้จับมือกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำ ‘แผนงานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงานองค์กรภาครัฐ’ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการเสริมสร้างสมดุลแห่งความสุขระหว่างชีวิตและการทำงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยได้รับความร่วมมือจาก 18 องค์กรนำร่อง ได้แก่ กรมชลประทาน, สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ, กรมสุขภาพจิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, กรมราชทัณฑ์, ราชบัณฑิตยสถาน, สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมประมง, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC), กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, กรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จนเกิดเป็นเครือข่ายที่ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งได้สร้าง ‘นักสร้างสุของค์กร’ (นสอ.) มาแล้วหลายรุ่น ทั้งได้ลงนามข้อตกลง ร่วมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในเดือนสิงหาคม 2556     

เครือข่ายนักสร้างสุของค์กรได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแบ่งปันประสบการณ์ กันในกิจกรรม‘ถนนแห่งความสุข’ หรือ ‘Happy Highway’  รวมทั้ง จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เวทีถอดบทเรียนการทำงาน และช่องทางสื่อสาร เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และวารสาร สารปันสุขออนไลน์   ความมุ่งมั่น และความจริงใจในการร่วมมือของทุกฝ่ายถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างองค์กรสุขภาวะให้เกิดขึ้นในองค์กรภาครัฐที่ส่งผลไปยังประชาชน

ขอบคุณภาพและข่าวโดย  คุณวราภรณ์  ชวพงษ์  นสอ.กองกลาง ม.สงขลานครินทร์

ชาว ม.อ.ร่วมใจ Big Cleaning ต้อนรับนักศึกษาใหม่ พร้อมจุดประกายการคัดแยกขยะ

บุคลากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ร่วมจัดทำพื้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้สะอาดสวยงาม ต้อนรับนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2557  สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานตามมาตรฐาน 5 ส. เสริมสร้างความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากร พร้อมรณรงค์การคัดแยกขยะ

รศ.ดร. เกริกชัย ทองหนู รองอธิการบดีฝ่ายระบบสารสนเทศและโครงสร้างกายภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เป็นประธานเปิดกิจกรรม Big Cleaning  & Recycle day จัดโดยคณะกรรมการส่งเสริม 5 ส.สำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  โดยมีบุคลากรสำนักงานอธิการบดี สถาบันสันติศึกษา และศูนย์เสริมศิลปะและวัฒนธรรม รวมจำนวน 482  คน ร่วมกิจกรรม  เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่มหาวิทยาลัยให้เป็น green area  พร้อมนี้มหาวิทยาลัย ได้จุดประกาย การรีไซเคิล การจัดการขยะ  เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดและขนส่งขยะ   นำขยะที่แยกประเภทกลับมาใช้ใหม่  และตอบสนองนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยและประเทศ

โดยนางณญาดา อินทสโร  ประธานคณะทำงานส่งเสริม 5 ส. สำนักงานอธิการบดี  ได้ส่งมอบแผนผังอาคาร สำนักงานอธิการบดี ซึ่งเป็นป้ายบอกทางของหน่วยงานต่างๆภายในสำนักงานอธิการบดี แก่ประธาน  และจะติดตั้งที่สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่ออำนวยความสะดวก แก่นักศึกษา ประชาชนผู้มาติดต่อ ตลอดจนชาวต่างแก่ประธาน    

กิจกรรมที่จัดขึ้นยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรในสำนักงาน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้วยการจัดให้มีมิสเตอร์และมิสรีไซเคิล เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ร่วมกับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดธนาคารขยะ หรือวัสดุรีไซเคิล ดำเนินการโดยกองอาคารสถานที่ สำนักงานอธิการบดี  พร้อมทั้งรณรงค์การคัดแยกขยะ  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และมีรายได้หมุนเวียนจากการจำหน่ายวัสดุรีไซเคิล ปีละประมาณ 1 ล้านบาท    โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดโครงการคัดแยกขยะมูลฝอยแบบครบวงจร

ปัญหาขยะเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งการเพิ่มของประชากร การขยายตัวของชุมชนเมืองและการกำหนดนโยบายเร่งรัดพัฒนาตามยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ทำให้เกิดการขยายตัวด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วส่งผลให้ปัญหามลพิษ และปัญหาขยะซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ในปัจจุบันประชากรแต่ละคนประเมินปริมาณขยะจะมีปริมาณ 0.6 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ในจังหวัดสงขลา มีประชากร รวม 1,389,890 คน (สำรวจเมื่อปี2556)  จึงมีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา ประมาณ 833 – 1,000 ตัน ต่อวัน 

ภาพและข่าวโดย  นสอ.วราภรณ์  ชวพงษ์

ม.อ.เปิดโลกทัศน์ดูงานสำนักงานสร้างสุข จ.เชียงใหม่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2557

กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้นำบุคลากรสำนักงานอธิการบดี ศึกษาดูงานองค์กรต้นแบบด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตการทำงาน ตามโครงการสำนักงานสร้างสุข สำนักงานอธิการบดี  (Happy workplace) สนับสนุนโดย  สสส. และสถาบันวิจัยสังคม  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโรงพยาบาล โดยได้ดูงานโรงพยาบาลสารภี สถานีตำรวจสารภี และผึ้งน้อยเบเกอรี่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มีอาจารย์พิชิต เรืองแสงวัฒนา รองอธิการบดี เป็นหัวหน้าคณะผู้ศึกษาดูงาน

หน่วยงานแรกที่มาแบ่งปันประสบการณ์ เรื่องโรงพยาบาลแห่งความสุข   ได้แก่  โรงพยาบาลสารภี โดย นายแพทย์จรัส สิงห์แก้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสารภี อ.สารภี จังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้อมูลถึงการนำ มาตรการ happy 8 เข้ามาใช้ โดยให้ความสำคัญกับพนักงาน ว่าเป็นหัวใจสูงสุดขององค์กร  การเจ็บป่วยที่เกิดในงาน เป็นการสูญเสียที่สำคัญ โรงพยาบาลได้สร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆเพื่อความสุข และกระจายความสุขไปยังผู้รับบริการ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ตามโครงการอำเภอสร้างสุข

นายแพทย์จรัส  สิงห์แก้ว  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสารภี

กิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบด้วย การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมบุคลากร  จัดให้มีการมอบรางวัลคนดีศรีสาธารณสุขประจำปี กิจกรรมสนุกสนานที่ครอบครัวมีส่วนร่วม จัดให้มีตลาดนัดเจ้าหน้าที่นำสินค้ามาซื้อขายกัน  กิจกรรมปลูกผักปลอดสารร่วมกัน แลกเปลี่ยนพืชผักที่ปลูกเอง ส่งเสริม happy money จัดให้มีชมรมต่างๆตามความสนใจ    ปรากฏว่าในปี 2556 มีการรับบุคลากรเข้าทำงาน 6 คน ลาออกไปประกอบธุรกิจส่วนตัว 2 คน ลาศึกษาต่อ 1 คน ย้ายไปบรรจุเป็นข้าราชการ 3 คน บุคลากรทำงานด้วยความสุขอัตราการขอย้ายหรือลาออก จึงต่ำมาก

สิ่งที่น่าสนใจที่จะนำมารับใช้ ได้แก่ การปลูกผักปลอดสารพิษ นวัตกรรมในการนำยางล้อรถยนต์เก่าซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายมาเป็นเก้าอี้นั่งเล่น หรือปลูกต้นไม้

หน่วยงานถัดมา คือ โรงพักสารภี

โดย พ.ต.ท.หญิง บุญภัคสรณ์ แพรสกุลทิพย์

หน่วยงานที่ได้ศึกษาดูงาน ต่อมาถือ  สถานีตำรวจสารภี บรรยายสรุปโดย  พ.ต.ท.หญิง บุญภัคสรณ์ แพรสกุลทิพย์ สารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจสารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่  โดยเริ่มจากการสำรวจสุขภาพพบว่า ข้าราชการตำรวจทั้งหมด 155 คน พบว่าเป็นโรค  154 คน คิดเป็นร้อยละ  99.03  และมีจำนวน  1 คน เป็นโรคสูงถึง   9 โรค ส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จากภาระงานที่เคร่งเครียด  และการพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม   โครงการได้สร้างความตระหนักถึงการสร้างเสริมสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  มีการออกกำลังกายร่วมกันเป็นประจำ   เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พบว่าข้าราชการตำรวจมีโรคลดลง จากที่ส่วนใหญ่มี 5 โรค  เหลือ 2 โรค ข้าราชการที่มี 9 โรค เหลือ 5 โรค มีดัชนีมวลกายที่ไม่เสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

สถานีตำรวจสารภีได้จัดกิจกรรมhappy Workplace เพื่อให้คนในองค์กร มีความสุข ในการทำงาน  และสามารถสร้างสรรค์ความสุข ส่งต่อไป ให้ผู้มาติดต่อราชการ ด้วยการจัดกิจกรรมถนนคนเดิน ร่วมจัดถนนสายธรรมชาติ และเป็นเส้นทางท่องเที่ยว  จัดให้มีการทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้มาติดตั้งกล้องวงจรปิด ดำเนินกิจกรรม 5 ส.  ดูแลความสะอาดเรียบร้อย  ขยะรีไซเคิล จัดจุดบริการเบ็ดเสร็จ ตามโครงการโรงพักเพื่อประชาชน จัดห้องสันทนาการ เพื่อพักผ่อน จัดทำป้ายบอกทาง

จากการศึกษาดูงานครั้งนี้  จึงมีแนวคิดจัดโครงการดูแลสุขภาพคนวัยทำงาน  ให้ความรู้เรื่องสุขภาพและส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยการฝึกการนวดแผนไทยและฤาษีดัดตน   และโครงการคัดแยกขยะรีไซเคิล

หน่วยงานที่ 3 ที่เราได้มาศึกษาดูงาน ก็คือ ผึ้งน้อยเบเกอรี่  ของครอบครัว ปาละพงศ์ ที่มีคุณผ่องพรรณ ปาละพงศ์ เป็นผู้สร้างกิจการ จาก 600 บาท ในอดีต     สู่ธุรกิจ 100 ล้านบาทในปัจจุบัน  มีขนมกว่า 600 รายการ ผู้ที่พยายามทำงานเพื่อหลุดพ้นจากความจนตั้งแต่วัยเด็ก  ด้านประวัติของเธอนั้น เมื่อจบมัธยมต้น คุณผ่องพรรณ ได้เรียนการช่างสตรี แล้วกลับมาฝึกทำขนมเพื่อขาย เรียนได้ปีเดียว ก็ต้องเสียสละลาออกมาช่วยขายอาหาร  ให้น้องๆ 4 คน ได้เรียน เพราะเป็นคนโต   เมื่อ พ.ศ.2511 ได้สมรสกับคุณรัตน์ ปาละพงศ์ อาชีพครู   คุณผ่องพรรณ ทำงาน ขายของ รับจ้างทำผม เย็บผ้า เลี้ยงหมู เลี้ยงลูกและส่งให้สามีเรียนต่อปริญญาตรี  ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   หลังจากย้ายตามสามีไปหลายจังหวัดก็ ปักหลักทำขนมขายที่จังหวัดเชียงใหม่ มีคุณรัตนา ปาละพงศ์ ลูกสาวที่มาต่อยอดให้ผึ้งน้อยเบเกอรี่ประสบความสำเร็จ  และคุณผนิต ปาละพงศ์ บุตรสาวคนเล็กที่แตกไลน์ออกไปในสร้างแบรนด์ใหม่ชื่อ มองบลังค์ ร้านเค้กสไตล์ฝรั่งเศส

 จากซ้าย อ.พิชิต เรืองแสงวัฒนา มอบของที่ระลึก แก่ คุณรัตน์ ปาละพงศ์ คุณผ่องพรรณ ปาละพงศ์ รัตนา ปาละพงศ์ และผู้บริหาร ของผึ้งน้อยเบเกอรี่

ขยันทำกิน ไม่บินสูงนัก ฉลาดสะสม นิยมสามัคคี” เป็นข้อความที่คุณผ่องพรรณ เขียนไว้ที่สำนักงานให้เป็นข้อเตือนใจพนักงานทุกคน เนื่องจากผึ้งเป็นสัตว์ทีขยันและสามัคคี   และสิ่งที่ยึดถือ ทำการการค้าต้องมีสัจจะ

สิ่งที่ประทับใจ คือการแบ่งความสุขไปยังพนักงาน ด้วยสวัสดิการที่ดี เผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างและสังคม โดยการสร้างโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ผลิตขนมรายย่อยได้มีตลาดรองรับ  โดยรับขนมจากผู้ผลิตรายย่อยมากระจายสินค้าให้ นี่คือ ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ และการปฎิบัติตัวที่เรียกว่า “ติดดิน”กับคนทุกระดับ

สถานที่สุดท้ายที่ได้ไปดูงานคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าฟังบรรยายสรุปจาก รศ.ดร.ไพโรจน์ วิริยจารี รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจของภาคเหนือ  จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และได้แบ่งกลุ่มย่อยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้าน 1.การจัดขนาดองค์กร  2.การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service  3.การจัดตั้งสำนักงานสภามหาวิทยาลัย  4.การใช้งานระบบสารสนเทศประกันคุณภาพ  5.ระบบพัสดุและระบบเบิก จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินประจำตำแหน่ง 

รายงานโดย  คุณวราภรณ์  ชวพงษ์  นสอ.ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์